Northmark

Carry Trade (การเทรดแบบ Carry Trade)

Carry Trade คือกลยุทธ์การเทรดที่นักลงทุนทำกำไรจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงิน โดยการซื้อ (Long) สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง และขาย (Short) สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อรับส่วนต่างดอกเบี้ยรายวัน (Swap หรือ Rollover) ควบคู่ไปกับการหวังกำไรจากทิศทางของราคา

คำจำกัดความแบบรวดเร็ว

Carry Trade เป็นกลยุทธ์ระยะกลางถึงยาวที่เน้นรับรายได้จากดอกเบี้ยเป็นหลัก ไม่ใช่จากความผันผวนของราคาเพียงอย่างเดียว นักเทรดจะเลือกคู่สกุลเงินที่มีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยกว้าง เช่น ซื้อ AUD/JPY หรือ NZD/JPY ซึ่งสกุลเงินฐาน (AUD, NZD) มักมีดอกเบี้ยสูงกว่าสกุลเงินอ้างอิง (JPY) ที่มีดอกเบี้ยต่ำมาก กลยุทธ์นี้เหมาะกับตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจนและมีความผันผวนต่ำ

คำอธิบายโดยละเอียด

Carry Trade เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเทรดที่เก่าแก่และได้รับความนิยมในตลาดฟอเร็กซ์ โดยมีหลักการพื้นฐานคือ "ซื้อสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง ขายสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนต่ำ" ซึ่งแตกต่างจากการเทรดทั่วไปที่เน้นการเก็งกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคาเพียงอย่างเดียว

กลไกการทำงานของ Carry Trade อาศัยการที่ธนาคารกลางแต่ละประเทศกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แตกต่างกัน เมื่อนักเทรดเปิดสถานะซื้อคู่สกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า (เช่น ซื้อ AUD/USD) และถือสถานะข้ามคืน โบรกเกอร์จะจ่าย Swap หรือ Rollover ให้กับนักเทรดตามส่วนต่างของดอกเบี้ยนั้น ในทางกลับกัน หากเปิดสถานะขายสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า นักเทรดจะต้องจ่าย Swap

ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม: สมมติว่าอัตราดอกเบี้ยของออสเตรเลียอยู่ที่ 4.25% ต่อปี และของญี่ปุ่นอยู่ที่ 0.10% ต่อปี ส่วนต่างดอกเบี้ยคือ 4.15% ต่อปี หากนักเทรดเปิดสถานะซื้อ AUD/JPY 1 Lot (100,000 หน่วย) และถือไว้ 1 ปี โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงของราคา นักเทรดจะได้รับดอกเบี้ยประมาณ 4,150 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (หรือเทียบเท่าในสกุลเงินอื่น) ต่อปี อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ การคำนวณ Swap จะทำเป็นรายวันและปรับตามเลเวอเรจที่ใช้

ข้อควรระวัง: Carry Trade ไม่ใช่กลยุทธ์ที่ปราศจากความเสี่ยง ความเสี่ยงหลักคือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน หากสกุลเงินที่ซื้ออ่อนค่าลงมากกว่าดอกเบี้ยที่ได้รับ นักเทรดจะขาดทุนสุทธิ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางอย่างกะทันหันก็สามารถทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยแคบลงหรือกลับทิศได้

ตัวอย่างในโลกแห่งความจริง

สมมติว่าในเดือนมกราคม 2024 อัตราดอกเบี้ยของนิวซีแลนด์ (NZD) อยู่ที่ 5.50% และของญี่ปุ่น (JPY) อยู่ที่ -0.10% (ติดลบ) ส่วนต่างดอกเบี้ยคือ 5.60% ต่อปี

นักเทรด A ตัดสินใจเปิดสถานะซื้อ NZD/JPY ที่ราคา 85.00 ด้วยขนาด 1 Lot (100,000 หน่วย NZD) โดยใช้เลเวอเรจ 1:10 (ใช้เงินทุน 10,000 NZD)

แต่หากในช่วง 90 วันนั้น NZD/JPY อ่อนค่าลงจาก 85.00 ไปที่ 82.00 (ลดลง 3.53%) นักเทรดจะขาดทุนจากราคาประมาณ 3,000 NZD (100,000 × 3.53%) ซึ่งมากกว่าดอกเบี้ยที่ได้รับ ทำให้ขาดทุนสุทธิ 1,620 NZD

ในทางกลับกัน หาก NZD/JPY แข็งค่าขึ้นไปที่ 88.00 นักเทรดจะได้กำไรจากราคา 3,000 NZD บวกกับดอกเบี้ยอีก 1,380 NZD รวมเป็นกำไร 4,380 NZD

เหตุใดจึงสำคัญสำหรับนักเทรด

Carry Trade มีความสำคัญในฐานะกลยุทธ์ที่ช่วยให้นักเทรดสามารถสร้างรายได้จาก "เวลา" ไม่ใช่แค่จาก "ทิศทาง" ของตลาดเท่านั้น กลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับ:

  1. นักเทรดระยะกลางถึงยาว (Position Trading) ที่ต้องการถือสถานะหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
  2. นักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนสม่ำเสมอ ในสภาวะตลาดที่สงบ
  3. การกระจายความเสี่ยง ในพอร์ตการลงทุน โดยเพิ่มแหล่งรายได้ที่แตกต่างจากการเก็งกำไรราคา

อย่างไรก็ตาม Carry Trade จะทำงานได้ดีที่สุดในตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจน (Trending Market) และมีความผันผวนต่ำ (Low Volatility) เพราะความผันผวนสูงอาจทำให้ราคาเคลื่อนไหวรุนแรงจนกลบดอกเบี้ยที่ได้รับ

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

1. "Carry Trade ปลอดภัยเพราะได้ดอกเบี้ยทุกวัน" ความจริง: ดอกเบี้ยที่ได้รับอาจน้อยกว่าการขาดทุนจากราคาได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดผันผวนหรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายดอกเบี้ยกะทันหัน

2. "Carry Trade เหมาะกับทุกสภาวะตลาด" ความจริง: Carry Trade จะได้ผลดีที่สุดในตลาดที่มีแนวโน้มขาขึ้น (Bull Market) และมีความผันผวนต่ำ ในตลาดขาลงหรือผันผวนสูง กลยุทธ์นี้อาจขาดทุนหนัก

3. "Swap ที่ได้รับคือกำไรแน่นอน" ความจริง: Swap เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลตอบรวม นักเทรดต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาและค่าเงินด้วย นอกจากนี้ โบรกเกอร์บางรายอาจคิด Swap ในอัตราที่ไม่เท่ากับส่วนต่างดอกเบี้ยจริง เนื่องจากมีค่าธรรมเนียมหรือมาร์กอัป

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

XM เปรียบเทียบอย่างไร

XM เป็นโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ให้บริการ Swap/Rollover สำหรับคู่สกุลเงินต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานของกลยุทธ์ Carry Trade โดยทั่วไป XM จะคำนวณ Swap ตามอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคารกลางในแต่ละประเทศ บวกหรือลบด้วยค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์ นักเทรดสามารถตรวจสอบอัตรา Swap ปัจจุบันของแต่ละคู่สกุลเงินได้ในแพลตฟอร์ม MT4/MT5 ของ XM หรือในหน้าเงื่อนไขการซื้อขายของเว็บไซต์ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขและอัตรา Swap อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายของโบรกเกอร์และสภาวะตลาด นักเทรดควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งข้อมูลทางการของ XM ก่อนใช้กลยุทธ์นี้

ข้อความกำกับด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

⚠️ ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ: เนื้อหาในพจนานุกรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น การเทรดฟอเร็กซ์และ CFD มีความเสี่ยงสูง อาจทำให้สูญเสียเงินทุนทั้งหมด เนื้อหานี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน


ดูรายการพจนานุกรมทั้งหมด: /th/glossary

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ชั้นนำ