📖 คำศัพท์ฟอเร็กซ์
คู่มืออ้างอิงครบถ้วนของคำศัพท์ฟอเร็กซ์และการเทรด เนื้อหาการศึกษาสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับ
basics
- Asian Session (เซสชั่นเอเชีย): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์ฟอเร็กซ์
- Bid Ask Spread: ส่วนต่างราคาซื้อขายที่นักเทรดทุกคนต้องรู้
- London Session (ช่วงตลาดลอนดอน): ความหมายและความสำคัญสำหรับเทรดเดอร์
- Long Position: การถือครองสินทรัพย์เพื่อรอการเพิ่มมูลค่า
- Lot Size คืออะไร: คำอธิบายขนาดล็อตสำหรับนักเทรด
- Major Pairs: คู่สกุลเงินหลักในตลาด Forex ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด
- Margin (มาร์จิ้น): หลักประกันที่เทรดเดอร์ต้องรู้ก่อนเปิดสถานะ
- Minor Pairs (คู่สกุลเงินรอง): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- New York Session (ช่วงตลาดนิวยอร์ก): ความหมายและความสำคัญสำหรับเทรดเดอร์
- pip คืออะไร: ความหมายและวิธีคำนวณสำหรับนักเทรด
- Session Overlap (ช่วงเวลาซ้อนทับของตลาด): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Spread คืออะไร: ความหมายและความสำคัญสำหรับนักเทรด
- คู่สกุลเงิน: ความหมายและวิธีการซื้อขาย
- คู่สกุลเงินเอ็กโซติก (Exotic Pairs): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- เลเวอเรจ (Leverage): ความหมายและการใช้งานสำหรับนักเทรด
- สกุลเงินฐาน (Base Currency): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- สกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- สถานะขายชอร์ท: การขายสินค้าที่ยังไม่ได้ครอบครองในตลาดฟอเร็กซ์
broker features
- Negative Balance Protection: การคุ้มครองยอดเงินติดลบสำหรับนักเทรด
- Zero Cut (การตัดยอดเป็นศูนย์): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- บัญชี Ultra Low: คำนิยามสำหรับนักเทรดที่ต้องการต้นทุนต่ำ
- บัญชี Zero (Zero Account): คำนิยามสำหรับเทรดเดอร์
- บัญชีจริง (Live Account): ความหมายสำหรับนักเทรด
- บัญชีทดลอง (Demo Account): วิธีฝึกเทรด Forex โดยไม่เสี่ยงเงินจริง
- บัญชีมาตรฐาน (Standard Account): คำจำกัดความสำหรับเทรดเดอร์
- โบนัสเงินฝาก (Deposit Bonus): คืออะไรและนักเทรดควรรู้อะไรบ้าง
- โบนัสไม่ต้องฝากเงิน (No Deposit Bonus): คืออะไรและนักเทรดควรรู้อะไรบ้าง
- โบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแล: ความหมายและความสำคัญสำหรับนักเทรด
- ไมโครอคเคานต์ (Micro Account): บัญชีเทรดสำหรับผู้เริ่มต้นและทดลองกลยุทธ์
calculations
events
- CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- ECB Decision (การตัดสินใจของธนาคารกลางยุโรป): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- FOMC (คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Non Farm Payroll (NFP): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- การตัดสินใจของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ Decision): นิยามสำหรับเทรดเดอร์
- ธนาคารกลาง (Central Bank): ความหมายและผลกระทบต่อเทรดเดอร์
- อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
execution
- A-Book / B-Book (โมเดลการจัดการคำสั่งซื้อของโบรกเกอร์ Forex)
- ECN คืออะไร: คำจำกัดความและความสำคัญสำหรับนักเทรด
- Latency (ความหน่วง): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Market Depth (สภาพคล่องลึก): คำอธิบายสำหรับนักเทรด
- Market Maker (ผู้ดูแลสภาพคล่อง): คำนิยามสำหรับเทรดเดอร์
- No Dealing Desk (NDD): คำจำกัดความสำหรับนักเทรด Forex
- Partial Fill (การเติมคำสั่งบางส่วน): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Price Feed (ฟีดราคา): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Price Gap (ช่องว่างราคา): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Requote (การเสนอราคาซ้ำ): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Slippage คืออะไร: ความเบี่ยงเบนของราคาที่เทรดเดอร์ต้องรู้
- STP (Straight Through Processing): คำจำกัดความสำหรับเทรดเดอร์
- Tier 1 Bank (ธนาคารชั้นนำระดับโลก): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Weekend Gap (ช่องว่างราคาวันหยุดสุดสัปดาห์): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- ความเร็วในการดำเนินคำสั่ง (Execution Speed) คืออะไร: คู่มือสำหรับเทรดเดอร์
- ตลาดอินเตอร์แบงก์ (Interbank Market): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- สภาพคล่อง (Liquidity) ในตลาด Forex: ความหมายและความสำคัญสำหรับเทรดเดอร์
- อัตราการเติมคำสั่ง (Fill Rate): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
fa
fees
- Fixed Spread (สเปรดคงที่): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Raw Spread คืออะไร: ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Rollover (การโรลโอเวอร์): ค่าธรรมเนียมการคงสถานะข้ามวันสำหรับเทรดเดอร์
- Spread Cost (ต้นทุนสเปรด): ค่าใช้จ่ายแฝงในการเทรด Forex
- Spread Widening (การขยายตัวของสเปรด): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Triple Swap Day คืออะไร: ค่าธรรมเนียม Swap 3 เท่าในฟอเร็กซ์
- Variable Spread (สเปรดผันผวน): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- คอมมิชชัน (Commission): ค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่เทรดเดอร์ต้องรู้จัก
- ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน (Withdrawal Fee): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- ค่าธรรมเนียมการไม่เคลื่อนไหว (Inactivity Fee): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- ค่าธรรมเนียมข้ามคืน (Overnight Fee): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- ค่าธรรมเนียมฝากเงิน (Deposit Fee): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- บัญชี Swap Free (บัญชีปลอดสวอป): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- สวอป (Swap): ค่าธรรมเนียมข้ามคืนที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องรู้
macro
orders
- Market Order (คำสั่งตลาด): ความหมายสำหรับนักเทรด
- Pending Order คืออะไร: คำสั่งรอการปฏิบัติสำหรับเทรดเดอร์
- Stop Loss คืออะไร: คำสั่งป้องกันความเสียหายสำหรับนักเทรด
- Stop Order (คำสั่งหยุด): คำจำกัดความสำหรับนักเทรด
- Take Profit คืออะไร: คำสั่งทำกำไรอัตโนมัติที่เทรดเดอร์ต้องรู้
- Trailing Stop (Trailing Stop Loss): คำสั่งป้องกันกำไรแบบเลื่อนตามราคาสำหรับเทรดเดอร์
- คำสั่ง IFD (If-Done Order): คำสั่งเงื่อนไขคู่สำหรับเทรดเดอร์
- คำสั่ง IFO (IFO Order): คำนิยามสำหรับเทรดเดอร์
- คำสั่ง Limit Order: คำจำกัดความสำหรับนักเทรด
- คำสั่ง OCO (One-Cancels-the-Other): คำนิยามสำหรับเทรดเดอร์
- อายุคำสั่งซื้อ (Order Expiry): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
platforms
regulation
- ASIC: หน่วยงานกำกับดูแลการเงินออสเตรเลียสำหรับนักเทรด
- CySEC: หน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์และตลาดทุนไซปรัส คืออะไรสำหรับนักเทรด
- DFSA (Dubai Financial Services Authority): หน่วยงานกำกับดูแลการเงินของ Dubai International Financial Centre (DIFC)
- FCA คืออะไร: ความหมายและความสำคัญสำหรับนักเทรด
- FSC Belize (คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์แห่งเบลีซ): หน่วยงานกำกับดูแลโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์
- JFSA (Japan Financial Services Agency): หน่วยงานกำกับดูแลการเงินของญี่ปุ่นสำหรับนักเทรด
- กองทุนชดเชยผู้ลงทุน (Investor Compensation Fund): ความคุ้มครองเงินทุนของคุณเมื่อโบรกเกอร์ล้มละลาย
risk management
- Balance (ยอดคงเหลือ) ในบัญชีเทรด: ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Drawdown (การลดลงของพอร์ต): ความหมายสำหรับนักเทรด
- Equity (อีควิตี้) คืออะไร: ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Floating PnL (กำไรขาดทุนลอยตัว): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Kelly Criterion: สูตรการจัดสรรเงินทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนสูงสุดในระยะยาว
- Margin Call (มาร์จิ้นคอล): คำเตือนเมื่อเงินทุนไม่พอรักษาออเดอร์
- Margin Level (ระดับมาร์จิ้น): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Required Margin (มาร์จิ้นที่ต้องวาง): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Stop Out (ระดับ Stop Out): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- Stop Out Level: ระดับที่โบรกเกอร์บังคับปิดสถานะของเทรดเดอร์
- กฎสองเปอร์เซ็นต์ (Two Percent Rule): ความหมายสำหรับนักเทรด
- การจัดการเงิน (Money Management): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- ฟรีมาร์จิ้น (Free Margin): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
- อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk Reward Ratio): ความหมายสำหรับเทรดเดอร์
strategy
- Carry Trade (การเทรดแบบ Carry Trade): กลยุทธ์เก็งกำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย
- Carry: รายได้หรือต้นทุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในการถือครองสถานะ Forex
- Day Trading (เดย์เทรดดิ้ง): คู่มือครบถ้วนสำหรับนักเทรดที่ต้องการเข้าใจการซื้อขายภายในวัน
- Hedging (การป้องกันความเสี่ยง): กลยุทธ์ลดความผันผวนของพอร์ตสำหรับเทรดเดอร์
- Position Trading (การเทรดแบบถือระยะยาว): กลยุทธ์การลงทุนที่เน้นแนวโน้มใหญ่
- Scalp vs Swing: ความแตกต่างระหว่างการเทรดแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะกลาง
- Scalping: กลยุทธ์การเทรดระยะสั้นสุดขีดสำหรับนักเทรด
- Swing Trading (การเทรดแบบสวิง): กลยุทธ์เก็งกำไรระยะกลางสำหรับนักเทรด
ta
- Bollinger Bands (แถบโบลินเจอร์): ความหมายและการใช้งานสำหรับเทรดเดอร์
- Fibonacci Retracement: เครื่องมือวัดแนวรับแนวต้านตามลำดับเลขฟีโบนัชชี
- MACD: ตัวบ่งชี้การเปลี่ยนแปลงของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำหรับนักเทรด
- RSI: ตัวชี้วัดโมเมนตัมที่วัดความแรงของแนวโน้มราคา
- Support Resistance: ระดับราคาที่สำคัญในการวิเคราะห์ทางเทคนิค
- การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis): คู่มือสำหรับเทรดเดอร์
- ความผันผวน (Volatility): ความหมายสำหรับนักเทรด
- ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่: เครื่องมือวิเคราะห์แนวโน้มราคาหลักสำหรับผู้ค้า
- แท่งเทียน (Candlestick): เครื่องมืออ่านราคาพื้นฐานสำหรับนักเทรด
- สหสัมพันธ์ (Correlation): ความหมายสำหรับนักเทรด
- เส้นแนวโน้ม (Trend Line): ความหมายและการใช้งานสำหรับเทรดเดอร์