Northmark

Lot Size (ขนาดล็อต)

Lot Size หรือ ขนาดล็อต คือหน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดปริมาณ (Volume) ของสินทรัพย์ที่นักเทรดซื้อหรือขายในการเปิดออเดอร์แต่ละครั้งในตลาด Forex และ CFD


คำนิยามแบบย่อ

Lot Size คือขนาดของสัญญาการซื้อขายในตลาด Forex โดย 1 Standard Lot เท่ากับสกุลเงินฐาน 100,000 หน่วย การเลือกขนาดล็อตที่เหมาะสมส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าของแต่ละ pip และระดับ margin ที่ต้องใช้ ดังนั้นนักเทรดทุกคนจำเป็นต้องเข้าใจแนวคิดนี้ก่อนเปิดออเดอร์จริง


คำอธิบายโดยละเอียด

ที่มาและความหมายของ Lot Size

ในตลาด Forex แบบดั้งเดิม สถาบันการเงินขนาดใหญ่ซื้อขายสกุลเงินในปริมาณมหาศาล เพื่อให้นักเทรดรายย่อยสามารถเข้าร่วมตลาดได้อย่างเป็นระเบียบ จึงมีการกำหนดหน่วยมาตรฐานที่เรียกว่า "ล็อต" ขึ้นมา เปรียบเหมือนการซื้อสินค้าในห้างที่มีการบรรจุสินค้าเป็นหน่วยมาตรฐาน เช่น โหล หรือ แพ็ก เพื่อให้การซื้อขายเป็นไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ

ประเภทของ Lot Size

ในปัจจุบัน โบรกเกอร์ส่วนใหญ่แบ่งขนาดล็อตออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้

ประเภทล็อตชื่อเรียกจำนวนหน่วยสกุลเงินฐาน
1.00Standard Lot100,000 หน่วย
0.10Mini Lot10,000 หน่วย
0.01Micro Lot1,000 หน่วย
0.001Nano Lot100 หน่วย

Standard Lot (1.00 ล็อต): คือขนาดล็อตมาตรฐานที่ใหญ่ที่สุด เหมาะสำหรับนักเทรดที่มีประสบการณ์และทุนสูง เนื่องจากมูลค่าของแต่ละ pip มีนัยสำคัญมาก

Mini Lot (0.10 ล็อต): เป็นขนาดกลางที่นิยมใช้ในหมู่นักเทรดระดับกลาง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเคลื่อนไหวของราคาในแต่ละ pip ลงได้ 10 เท่าเมื่อเทียบกับ Standard Lot

Micro Lot (0.01 ล็อต): เหมาะสำหรับนักเทรดมือใหม่ที่ต้องการฝึกฝนทักษะโดยใช้เงินทุนน้อยที่สุด ความเสี่ยงต่อ pip ต่ำมาก

Nano Lot (0.001 ล็อต): โบรกเกอร์บางรายเสนอขนาดล็อตเล็กที่สุดนี้เพื่อรองรับนักเทรดที่เพิ่งเริ่มต้น

Lot Size กับมูลค่าของ Pip

ความสัมพันธ์ระหว่าง Lot Size และ pip เป็นสิ่งที่นักเทรดต้องเข้าใจอย่างชัดเจน สำหรับคู่สกุลเงินที่มี USD เป็นสกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency) เช่น EUR/USD มูลค่าของ 1 pip คำนวณได้ดังนี้

ความสัมพันธ์กับ Margin และ Leverage

Lot Size มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ margin ที่โบรกเกอร์ต้องการ และ leverage ที่นักเทรดใช้ ยิ่งขนาดล็อตใหญ่ ยิ่งต้องการ margin สูงขึ้น โดย margin ที่ต้องวางคำนวณจาก: Margin = (Lot Size × ราคาตลาด) ÷ Leverage


ตัวอย่างในชีวิตจริง

สถานการณ์: นักเทรดต้องการเปิด Buy EUR/USD ที่ราคา 1.0850 โดยใช้ leverage 1:100

กรณีที่ 1: Standard Lot (1.00)

กรณีที่ 2: Mini Lot (0.10)

กรณีที่ 3: Micro Lot (0.01)

จากตัวอย่างนี้จะเห็นได้ชัดว่าการเลือก Lot Size ขนาดเล็กลงทำให้ทั้งกำไรและขาดทุนที่เป็นไปได้ลดลงตามสัดส่วน


ความสำคัญของ Lot Size สำหรับนักเทรด

การบริหารความเสี่ยง: Lot Size คือตัวแปรสำคัญที่สุดตัวหนึ่งในการกำหนดขนาดของความเสี่ยงในแต่ละออเดอร์ การเลือก Lot Size ที่ใหญ่เกินไปเทียบกับเงินทุนอาจทำให้บัญชีเกิด Margin Call หรือถูก Stop Out ได้อย่างรวดเร็ว แม้ตลาดเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย

ผลต่อ Spread: เนื่องจาก spread หรือ bid-ask spread คิดเป็นต้นทุนต่อ pip ขนาดของ Lot Size จึงกำหนดมูลค่าที่แท้จริงของต้นทุน spread ในแต่ละออเดอร์โดยตรง ตัวอย่างเช่น spread 1 pip บน EUR/USD มีต้นทุน 10 USD สำหรับ Standard Lot แต่เพียง 0.10 USD สำหรับ Micro Lot

ความยืดหยุ่นในการเทรด: โบรกเกอร์ที่รองรับ Micro Lot และ Nano Lot เปิดโอกาสให้นักเทรดสามารถกระจายออเดอร์หรือทดสอบกลยุทธ์ใหม่ได้โดยใช้เงินทุนน้อยลงมาก


ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ความเข้าใจผิดที่ 1: "ล็อตใหญ่กว่าย่อมดีกว่าเสมอ" ข้อเท็จจริง: ล็อตที่ใหญ่ขึ้นหมายความว่ากำไรและขาดทุนขยายขึ้นเท่ากัน การใช้ล็อตใหญ่เกินสัดส่วนของทุนเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียเงินทุนอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่สัญญาณของความสำเร็จ

ความเข้าใจผิดที่ 2: "Micro Lot เหมาะสำหรับมือใหม่เท่านั้น" ข้อเท็จจริง: นักเทรดมืออาชีพหลายรายใช้ Micro Lot ในการทดสอบกลยุทธ์ใหม่ หรือปรับสัดส่วนพอร์ตอย่างละเอียด Lot Size ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดบัญชีและกลยุทธ์ ไม่ใช่ระดับประสบการณ์เพียงอย่างเดียว

ความเข้าใจผิดที่ 3: "Lot Size และ Leverage เป็นสิ่งเดียวกัน" ข้อเท็จจริง: Lot Size คือปริมาณสินทรัพย์ที่ซื้อขาย ในขณะที่ leverage คืออัตราส่วนที่กำหนดว่าต้องใช้ margin เท่าไรในการควบคุมมูลค่าสัญญานั้น ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันแต่เป็นคนละแนวคิด


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ชั้นนำ