Northmark

Bid Ask Spread: ส่วนต่างราคาซื้อขายที่นักเทรดทุกคนต้องรู้

Bid Ask Spread คือความแตกต่างระหว่างราคาเสนอซื้อสูงสุด (Bid) กับราคาเสนอขายต่ำสุด (Ask) ในตลาดฟอเร็กซ์และตลาดการเงินอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นต้นทุนพื้นฐานที่เกิดขึ้นทันทีที่เปิดสถานะการเทรด


กล่องนิยามอย่างย่อ

Bid Ask Spread คือช่องว่างระหว่างราคาที่โบรกเกอร์พร้อมรับซื้อจากคุณ (Bid) กับราคาที่โบรกเกอร์พร้อมขายให้คุณ (Ask) ส่วนต่างนี้ทำหน้าที่เป็นค่าธรรมเนียมโดยปริยาย ยิ่ง Spread แคบเท่าไร ต้นทุนต่อการเทรดก็ยิ่งต่ำลงเท่านั้น การเข้าใจ Spread เป็นรากฐานสำคัญของการบริหารต้นทุนก่อนที่จะพิจารณากลยุทธ์การเทรดใด ๆ


คำอธิบายเชิงลึก

Bid และ Ask คืออะไร?

ในตลาดฟอเร็กซ์ ราคาจะถูกแสดงเป็น คู่เสมอ เช่น EUR/USD: 1.0850 / 1.0853 โดย:

ทำไมถึงมี Spread?

Spread เกิดจากกลไกตลาดและการดำเนินธุรกิจของผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Provider) เช่น ธนาคารขนาดใหญ่และสถาบันการเงิน ซึ่งต้องการผลตอบแทนจากการทำหน้าที่เป็นคู่เทรด (Counterparty) โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะส่งต่อ Spread นี้มายังนักเทรดรายย่อย โดยบางโบรกเกอร์อาจบวก Markup เพิ่มเติมเข้าไปด้วย

ประเภทของ Spread

Spread แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก:

  1. Fixed Spread (ส่วนต่างคงที่): ค่า Spread ไม่เปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด เหมาะสำหรับนักเทรดที่ต้องการคาดเดาต้นทุนได้แน่นอน แต่มักสูงกว่า Variable Spread ในช่วงตลาดปกติ
  2. Variable Spread (ส่วนต่างผันแปร): ค่า Spread ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องของตลาดในขณะนั้น ในช่วงที่ตลาดมีสภาพคล่องสูงเช่นช่วงซ้อนทับระหว่างตลาดลอนดอนและนิวยอร์ก Spread อาจแคบมาก แต่ในช่วงที่ตลาดผันผวนหรือก่อนประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ Spread อาจขยายตัวอย่างรวดเร็ว

Spread กับ Pip

Spread วัดเป็นหน่วย Pip สำหรับคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD Spread ปกติจะอยู่ที่ 0.1–3 pip ในขณะที่คู่เงินรอง (Minor Pairs) หรือคู่เงินแปลกใหม่ (Exotic Pairs) เช่น USD/THB อาจมี Spread สูงถึง 10–50 pip หรือมากกว่า


ตัวอย่างจริงที่คำนวณได้

สถานการณ์: คุณต้องการเทรด EUR/USD จำนวน 1 Lot มาตรฐาน (100,000 หน่วย)

รายการค่า
ราคา Bid1.0850
ราคา Ask1.0853
Spread0.0003 (3 pip)
ขนาด Lot100,000 หน่วย
มูลค่า 1 pip (EUR/USD, 1 Lot)~10 USD
ต้นทุน Spread รวม3 × 10 = 30 USD

ความหมาย: ทันทีที่คุณเปิดออเดอร์ซื้อ EUR/USD 1 Lot คุณจะเริ่มต้นที่ขาดทุน 30 USD ก่อนเลย เพราะราคาต้องขยับขึ้น 3 pip เพื่อให้คุณถึงจุด Break-even

เปรียบเทียบกับ Spread ที่กว้างกว่า: หากเทรดคู่เงิน USD/ZAR ที่มี Spread 50 pip และมูลค่า pip อยู่ที่ ~6.8 USD ต้นทุนต่อ Lot จะอยู่ที่ 50 × 6.8 = 340 USD ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ


ทำไม Spread ถึงสำคัญสำหรับนักเทรด

Spread ส่งผลโดยตรงต่อ ความสามารถในการทำกำไร โดยเฉพาะสำหรับสไตล์การเทรดที่เปิด-ปิดออเดอร์บ่อย:

นอกจากนี้ Spread ยังมีความสัมพันธ์กับ Leverage และ Margin เพราะการใช้ Leverage สูงขยายทั้งกำไรและขาดทุน แต่ต้นทุน Spread ก็ถูกขยายตามไปด้วยในแง่ของสัดส่วนต่อ Margin ที่วางไว้


ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ความเข้าใจผิดที่ 1: "โบรกเกอร์ที่ไม่เก็บค่าคอมมิชชั่นหมายความว่าเทรดฟรี"

ความจริง: โบรกเกอร์แบบ No-Commission มักได้รับรายได้จาก Spread ที่กว้างขึ้นแทน โบรกเกอร์แบบ ECN/STP ที่เก็บค่าคอมมิชชั่นราว 3–7 USD ต่อ Lot อาจมี Spread แคบเพียง 0.1–0.3 pip ซึ่งอาจถูกกว่ารวมกันในระยะยาว

ความเข้าใจผิดที่ 2: "Spread เท่ากันตลอดเวลา"

ความจริง: Variable Spread เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในช่วงก่อนประกาศ Non-Farm Payrolls (NFP) ของสหรัฐ Spread ของ EUR/USD อาจขยายจาก 1 pip เป็น 5–10 pip หรือมากกว่า การเปิดออเดอร์ในช่วงดังกล่าวอาจมีต้นทุนสูงกว่าปกติอย่างมาก

ความเข้าใจผิดที่ 3: "Spread ยิ่งแคบยิ่งดีเสมอ"

ความจริง: Spread แคบเป็นข้อดี แต่ต้องพิจารณาควบคู่กับความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ การดำเนินการออเดอร์ (Execution Quality) และเงื่อนไขอื่น ๆ เช่น Slippage และ Requotes ด้วย


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง


ข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับโบรกเกอร์

XM ระบุในเอกสารทางการว่าให้บริการ Spread บน EUR/USD เริ่มต้นจาก 0.6 pip สำหรับบัญชีประเภท Ultra Low และเริ่มต้นจาก 1.6 pip สำหรับบัญชีประเภท Standard โดยเป็น Variable Spread ที่อาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพตลาด โบรกเกอร์อื่นอย่าง IC Markets หรือ Pepperstone ที่ให้บริการแบบ ECN อาจแสดง Spread ที่แคบกว่าสำหรับบัญชีที่มีค่าคอมมิชชั่น นักเทรดควรตรวจสอบตารางค่า Spread อัพเดตล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ชั้นนำ