Yield Curve (เส้นอัตราผลตอบแทน)
Yield Curve คือกราฟที่แสดงอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรที่ออกโดยผู้ออกเดียวกัน (มักเป็นรัฐบาล) ในช่วงอายุต่างๆ ตั้งแต่ระยะสั้น (3 เดือน) ถึงระยะยาว (10-30 ปี) รูปร่างของเส้นเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของสภาพเศรษฐกิจและการคาดการณ์นโยบายของธนาคารกลาง
นิยามโดยย่อ
Yield Curve แสดงการเปลี่ยนแปลงของ Yield ตามอายุพันธบัตร เส้นปกติ (ชันขึ้น) บ่งชี้การเติบโตทางเศรษฐกิจ เส้นแบนสัญญาณความไม่แน่นอน เส้นกลับด้าน (Inverted) ซึ่งดอกเบี้ยระยะสั้นสูงกว่าระยะยาว มักเป็นสัญญาณก่อนเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยและกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
คำอธิบายโดยละเอียด
เส้นปกติ (ชันขึ้น): ดอกเบี้ยระยะยาวสูงกว่าระยะสั้นอย่างชัดเจน สะท้อนการคาดการณ์การเติบโตและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เป็นประโยชน์ต่อสินทรัพย์เสี่ยง
เส้นแบน: ดอกเบี้ยระยะสั้นและยาวใกล้เคียงกัน บ่งชี้ความไม่แน่นอนหรือโมเมนตัมเศรษฐกิจชะลอ
เส้นกลับด้าน (Inverted): ดอกเบี้ยระยะสั้นสูงกว่าระยะยาว มักเกิดเมื่อธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว (เช่น Fed ในปี 2022-2023) ถือเป็นสัญญาณเตือนภาวะถดถอยที่น่าเชื่อถือที่สุดในประวัติศาสตร์
ผลกระทบต่อนักเทรด Forex:
- กำหนดCarry: ส่วนต่างของ Yield Curve ระหว่างสองประเทศกำหนด Swap Rate รายวัน
- คาดการณ์นโยบายการเงิน: การเปลี่ยนแปลงส่วนสั้นของเส้นสะท้อนการคาดการณ์ประชุมFOMC
- สัญญาณ Risk-off: เมื่อเส้นกลับด้าน สกุลเงิน Safe-haven อย่าง JPY และ CHF มักแข็งค่า
ตัวอย่างจริง
ในเดือนมีนาคม 2022 Yield พันธบัตร 2 ปีของสหรัฐฯ แซงพันธบัตร 10 ปีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 EUR/USD ร่วงจากประมาณ 1.10 ไปที่ 0.96 ตามจังหวะที่ Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่า ECB
การเปรียบเทียบ XM
XM ให้บริการคู่สกุลเงินและ CFD พันธบัตรรัฐบาล พร้อมบทวิเคราะห์เศรษฐกิจ กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขการเทรดล่าสุดที่เว็บไซต์ทางการของ XM
ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ
⚠ เนื้อหานี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น การเทรด Forex/CFD มีความเสี่ยงสูง ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน
ดูคำศัพท์ทั้งหมด: /th/glossary