Northmark

Market Maker (ผู้ดูแลสภาพคล่อง) คืออะไร?

Market Maker หรือ ผู้ดูแลสภาพคล่อง คือสถาบันการเงินหรือโบรกเกอร์ที่ทำหน้าที่เป็นคู่สัญญา (Counterparty) ในการซื้อขายสินทรัพย์ โดยจะเสนอราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) อย่างต่อเนื่อง และรับคำสั่งซื้อขายของลูกค้าไว้ที่ฝั่งตรงข้ามของดีล

คำจำกัดความแบบรวดเร็ว

Market Maker คือโบรกเกอร์ที่สร้างสภาพคล่องให้กับตลาดด้วยการเป็นฝั่งตรงข้ามของคำสั่งซื้อขายลูกค้า แทนที่จะส่งคำสั่งไปยังตลาดภายนอก โบรกเกอร์ประเภทนี้จะรับความเสี่ยงจากราคาที่ผันผวน และมักใช้ Dealing Desk เพื่อจัดการคำสั่งซื้อขาย ซึ่งแตกต่างจากโบรกเกอร์แบบ ECN หรือ STP ที่ส่งคำสั่งไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่องภายนอก

คำอธิบายโดยละเอียด

Market Maker ทำงานบนหลักการ "รับความเสี่ยง" (Risk Taking) แทนที่จะเป็น "ส่งต่อความเสี่ยง" (Risk Passing) เมื่อเทรดเดอร์เปิดคำสั่งซื้อ EUR/USD ที่ 1.1000 โบรกเกอร์ Market Maker จะเป็นฝ่ายขาย EUR/USD ให้กับเทรดเดอร์ในราคานั้น โดยโบรกเกอร์จะรับความเสี่ยงที่ราคาอาจเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ทำให้ขาดทุน

กลไกการทำงานของ Market Maker มีดังนี้:

  1. การเสนอราคาแบบสองทาง: โบรกเกอร์จะเสนอราคา Bid และ Ask อย่างต่อเนื่อง โดย Spread (ส่วนต่างราคา) คือกำไรหลักของโบรกเกอร์
  2. การจัดการความเสี่ยง: โบรกเกอร์อาจป้องกันความเสี่ยง (Hedge) บางส่วนหรือทั้งหมดโดยการส่งคำสั่งไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่องรายใหญ่ (Liquidity Provider) โดยเฉพาะเมื่อมีคำสั่งขนาดใหญ่
  3. การควบคุมการไหลของคำสั่ง: โบรกเกอร์สามารถเลือกที่จะรับคำสั่งไว้เอง (Internalize) หรือส่งต่อ (Externalize) ขึ้นอยู่กับนโยบายและความเสี่ยง

ตัวอย่างตัวเลข: สมมติว่า EUR/USD มีราคาตลาดจริงที่ 1.1000/1.1002 โบรกเกอร์ Market Maker อาจเสนอราคาที่ 1.0998/1.1004 ซึ่ง Spread กว้างกว่าตลาดจริง 0.2 pip เพื่อเป็นกำไร หากเทรดเดอร์ซื้อที่ 1.1004 และราคาขึ้นไปที่ 1.1010 โบรกเกอร์จะขาดทุน 0.6 pip แต่หากราคาลงไปที่ 1.0998 โบรกเกอร์จะได้กำไร 0.6 pip

ตัวอย่างในโลกจริง

สมมติว่าคุณเป็นเทรดเดอร์ที่เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ Market Maker และต้องการซื้อ 1 ล็อตมาตรฐาน (100,000 หน่วย) ของ USD/JPY:

หลังจากนั้น 5 นาที ราคาเคลื่อนไหว:

ในกรณีที่ราคาเคลื่อนไหวรุนแรง เช่น ข่าว NFP โบรกเกอร์อาจเกิด Requote (การแจ้งราคาใหม่) หรือ Slippage (การเลื่อนไถลของราคา) เพื่อป้องกันความเสี่ยงของตัวเอง

ทำไม Market Marker ถึงสำคัญสำหรับเทรดเดอร์

Market Maker มีข้อดีและข้อเสียที่เทรดเดอร์ควรเข้าใจ:

ข้อดี:

ข้อเสีย:

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ความเข้าใจผิดที่ 1: "Market Maker ทุกรายเป็นโบรกเกอร์ที่ไม่น่าเชื่อถือ" ความจริง: โบรกเกอร์ Market Maker ที่มีชื่อเสียงและได้รับการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด (เช่น FCA, ASIC, CySEC) ดำเนินงานอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม การเป็น Market Maker ไม่ได้หมายความว่าเป็นโบรกเกอร์หลอกลวง

ความเข้าใจผิดที่ 2: "Market Maker จะทำให้คุณขาดทุนเสมอ" ความจริง: โบรกเกอร์ Market Maker มีระบบจัดการความเสี่ยงที่ซับซ้อน พวกเขาอาจป้องกันความเสี่ยงบางส่วนหรือทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อมีคำสั่งขนาดใหญ่ การขาดทุนของเทรดเดอร์ไม่ใช่เป้าหมายหลักของโบรกเกอร์

ความเข้าใจผิดที่ 3: "Market Maker กับ Dealing Desk คือสิ่งเดียวกัน" ความจริง: Dealing Desk เป็นส่วนหนึ่งของระบบการทำงานของ Market Maker แต่ไม่ใช่ทั้งหมด โบรกเกอร์ Market Maker บางรายใช้ระบบ No Dealing Desk (NDD) สำหรับคำสั่งบางประเภท

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

XM เปรียบเทียบอย่างไร

XM เป็นโบรกเกอร์ที่ดำเนินงานในรูปแบบ Market Maker แต่ใช้ระบบ No Dealing Desk (NDD) สำหรับบัญชีบางประเภท โดย XM เสนอทั้งบัญชี Standard (Market Maker) และบัญชี Zero (ECN) ซึ่งมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมและสภาพคล่องที่แตกต่างกัน XM ได้รับการกำกับดูแลโดย FCA, CySEC และ ASIC ซึ่งหมายความว่ามีการตรวจสอบการดำเนินงานอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์ควรตรวจสอบเงื่อนไขปัจจุบันและข้อกำหนดของบัญชีจากเว็บไซต์ทางการของ XM ก่อนตัดสินใจ

ข้อความกำกับด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

⚠️ บทความในพจนานุกรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน


ดูรายการพจนานุกรมทั้งหมด: /th/glossary

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ชั้นนำ