Northmark

สหสัมพันธ์ (Correlation) ในตลาดการเงิน

สหสัมพันธ์ (Correlation) คือค่าทางสถิติที่บ่งบอกว่าสินทรัพย์สองรายการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันหรือตรงกันข้ามกันมากน้อยเพียงใด โดยมีค่าตั้งแต่ -1 ถึง +1

คำจำกัดความแบบรวดเร็ว

สหสัมพันธ์วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาสินทรัพย์สองชนิด ค่า +1 หมายถึงเคลื่อนไหวไปด้วยกันอย่างสมบูรณ์ ค่า -1 หมายถึงเคลื่อนไหวตรงกันข้ามอย่างสมบูรณ์ และค่า 0 หมายถึงไม่มีความสัมพันธ์กัน นักเทรดใช้ค่านี้เพื่อกระจายความเสี่ยงและหาโอกาสทำกำไรจากความแตกต่างของราคา

คำอธิบายโดยละเอียด

สหสัมพันธ์เป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ตลาดการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเทรดที่ต้องการบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ค่าสหสัมพันธ์คำนวณจากการเปลี่ยนแปลงราคาในอดีต โดยทั่วไปใช้ข้อมูลย้อนหลัง 20-100 วันทำการ

ค่าสหสัมพันธ์แบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก:

  1. สหสัมพันธ์เชิงบวก (Positive Correlation): เมื่อสินทรัพย์ A ขึ้น สินทรัพย์ B ก็มีแนวโน้มขึ้นตาม เช่น XAU/USD (ทองคำ) และ USD/CHF มักมีความสัมพันธ์เชิงบวก เนื่องจากทั้งสองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

  2. สหสัมพันธ์เชิงลบ (Negative Correlation): เมื่อสินทรัพย์ A ขึ้น สินทรัพย์ B มีแนวโน้มลง เช่น USD/JPY และ XAU/USD มักมีความสัมพันธ์เชิงลบ เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นมักกดดันราคาทองคำ

  3. สหสัมพันธ์เป็นศูนย์ (Zero Correlation): ไม่มีความสัมพันธ์กัน เช่น ราคาน้ำมันดิบกับดัชนี SET50 อาจไม่มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจน

ตัวอย่างตัวเลข: หากค่า correlation ระหว่าง EUR/USD และ GBP/USD เท่ากับ +0.85 แสดงว่าทั้งสองคู่เงินมีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันสูง เมื่อ EUR/USD ขึ้น 100 จุด GBP/USD มักจะขึ้นประมาณ 85 จุด

ตัวอย่างในโลกจริง

สมมติว่านักเทรดวิเคราะห์คู่เงิน EUR/USD และ USD/CHF โดยใช้ข้อมูลย้อนหลัง 50 วัน:

นักเทรดสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการบริหารความเสี่ยง: หากเปิดสถานะซื้อ EUR/USD และซื้อ USD/CHF พร้อมกัน พอร์ตจะมีความเสี่ยงสูงเพราะทั้งสองคู่เงินมีแนวโน้มเคลื่อนไหวตรงกันข้าม การขาดทุนจากคู่หนึ่งอาจถูกหักล้างด้วยกำไรจากอีกคู่หนึ่ง แต่ถ้าเปิดสถานะซื้อ EUR/USD และขาย USD/CHF พอร์ตจะมีความเสี่ยงทิศทางเดียวมากขึ้น

ทำไมถึงสำคัญสำหรับนักเทรด

การเข้าใจสหสัมพันธ์ช่วยให้นักเทรด:

  1. กระจายความเสี่ยง: เลือกสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ต่ำหรือเป็นลบเพื่อลดความผันผวนของพอร์ต
  2. หาโอกาสเทรด: เมื่อสหสัมพันธ์เบี่ยงเบนจากค่าปกติ อาจเกิดโอกาสทำกำไรจากการกลับสู่ค่าเฉลี่ย
  3. หลีกเลี่ยงการเทรดซ้ำซ้อน: ไม่เปิดสถานะในสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์สูงมากในทิศทางเดียวกัน เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

ตัวอย่าง: หาก correlation ระหว่าง S&P 500 และ DAX 30 ปกติอยู่ที่ +0.70 แต่ลดลงเหลือ +0.30 นักเทรดอาจคาดว่าความสัมพันธ์จะกลับสู่ปกติ และใช้กลยุทธ์ pairs trading

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

1. สหสัมพันธ์ไม่ใช่สาเหตุ (Correlation ≠ Causation) เพียงเพราะสินทรัพย์สองชนิดเคลื่อนไหวไปด้วยกัน ไม่ได้หมายความว่าสินทรัพย์หนึ่งเป็นสาเหตุให้อีกสินทรัพย์หนึ่งเคลื่อนไหว อาจมีปัจจัยภายนอกส่งผลต่อทั้งสอง

2. สหสัมพันธ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ค่าสหสัมพันธ์ที่คำนวณจากข้อมูลในอดีตอาจไม่คงที่ในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการเงินหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

3. สหสัมพันธ์สูงไม่ใช่การรับประกัน แม้ correlation จะเป็น +0.95 ก็ไม่ได้หมายความว่าสินทรัพย์จะเคลื่อนไหวไปด้วยกันทุกครั้ง ยังมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้เสมอ

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

XM เปรียบเทียบอย่างไร

XM เป็นโบรกเกอร์ที่ให้บริการเครื่องมือเทรดหลากหลายประเภท ทำให้นักเทรดสามารถใช้แนวคิดสหสัมพันธ์ในการบริหารพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม นักเทรดควรตรวจสอบค่าสเปรด ค่าคอมมิชชั่น และเงื่อนไขการเทรดปัจจุบันจากหน้าเว็บไซต์ทางการของ XM เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะตลาด

ข้อความกำกับด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

⚠️ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน


ดูรายการคำศัพท์ทั้งหมด: /th/glossary

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ชั้นนำ