Support Resistance (สัพพอร์ตและเรซิสแตนซ์)
Support และ Resistance คือระดับราคาที่ราคามีแนวโน้มที่จะหยุดการเคลื่อนไหว หรือเปลี่ยนทิศทางลงมา (Resistance) หรือขึ้นไป (Support) จากการทดสอบซ้ำๆ
คำจำกัดความย่อ
Support (สัพพอร์ต) คือระดับราคาที่ราคามักจะหยุดการลดลงและกระเด้งขึ้น เหมือนพื้นกั้นด้านล่าง ส่วน Resistance (เรซิสแตนซ์) คือระดับราคาที่ราคามักจะหยุดการเพิ่มขึ้นและลดลง เหมือนเพดานด้านบน ทั้งสองเป็นเครื่องมือวิเคราะห์พื้นฐานที่ผู้ค้าใช้บ่อยที่สุด
คำอธิบายรายละเอียด
Support (สัพพอร์ต) คืออะไร
Support คือระดับราคาที่ผู้ซื้อเข้ามาซื้อสินค้าเมื่อราคาลดลง ทำให้ราคาหยุดลงและกระเด้งขึ้นมา ระดับนี้เกิดขึ้นจากการที่ผู้ค้าหลายคนตัดสินใจซื้อที่ราคาเดียวกัน สร้างเป็น "บริเวณความต้องการ" ยิ่งราคากลับมาทดสอบจุดเดิมหลายครั้ง Support นั้นก็จะแข็งแกร่งมากขึ้น
ตัวอย่าง: ถ้า EUR/USD เคยกระเด้งจากระดับ 1.0850 ถึง 3 ครั้ง เมื่อราคาลดลงมาใกล้ 1.0850 อีกครั้ง ผู้ค้าจะคาดหวังว่าราคาจะกระเด้งอีก ทำให้จำนวนผู้ซื้อเพิ่มมากขึ้น
Resistance (เรซิสแตนซ์) คืออะไร
Resistance เป็นสิ่งตรงข้าม คือระดับราคาที่ผู้ขายเข้ามาขายเมื่อราคาขึ้น ทำให้ราคาหยุดขึ้นและลดลงมา ระดับนี้เกิดขึ้นจากการที่ผู้ค้าหลายคนตัดสินใจขายที่ราคาเดียวกัน สร้างเป็น "บริเวณการจำหน่าย"
ตัวอย่าง: ถ้า GBP/USD เคยลดลงจากระดับ 1.2750 ถึง 3 ครั้ง เมื่อราคาขึ้นมาใกล้ 1.2750 อีกครั้ง ผู้ค้าจะคาดหวังว่าราคาจะลดลงอีก
วิธีการระบุ Support และ Resistance
-
ดูจากแท่งเทียน (Candlestick): ค้นหาจุดสูงสุด (High) และจุดต่ำสุด (Low) ที่ผู้ค้าปฏิเสธการขึ้นขาด (Resistance) หรือการลดลงต่อไป (Support)
-
ใช้ Moving Average: ไม่เพียงแค่ระดับราคาแนวนอน แต่ moving-average ยังทำหน้าที่เป็น Dynamic Support และ Resistance ที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา
-
ตัวบ่งชี้เทคนิค: เครื่องมือเช่น rsi หรือ macd ช่วยยืนยันความแข็งแกร่งของระดับเหล่านี้
-
Fibonacci Retracement: fibonacci-retracement ให้ระดับที่คำนวณทางคณิตศาสตร์ ซึ่งมักจะเป็น Support และ Resistance ตามธรรมชาติ
ตัวอย่างในโลกจริง
สมมติว่าคุณดูแผนภูมิ USD/JPY รายชั่วโมง:
-
ราคาในอดีต: ราคาเคยขึ้นมาถึง 150.50 เป็น 4 ครั้งในช่วง 2 สัปดาห์ แต่ลดลงทุกครั้ง → 150.50 = Resistance
-
ราคาในอดีต: ราคาเคยลดลงมาถึง 149.75 เป็น 3 ครั้ง แต่กระเด้งขึ้นทุกครั้ง → 149.75 = Support
เมื่อราคา USD/JPY ขยับเข้ามาใกล้ 150.50 อีกครั้ง ผู้ค้าจะสังเกตว่า:
- ปริมาณซื้อ (Buying Volume) อาจลดลง เพราะผู้ขายเตรียมอยู่
- ราคาอาจประกาศตัวใหม่ถ้าทะลุ 150.50 ขึ้นไป (Breakout)
- หรือราคาอาจกลับมาลงสู่ 149.75 (Support)
ในกรณีนี้ ผู้ค้าอาจตั้งเป้าหมายให้ราคากลับมาที่ 149.75 เพื่อทำกำไร (Take Profit) หรือตั้งลอสต่ำกว่า Support เล็กน้อย เพื่อป้องกันการสูญเสีย (Stop Loss)
ทำไมจึงสำคัญสำหรับผู้ค้า
-
การตัดสินใจเข้า-ออก: ผู้ค้าใช้ Support เพื่อเข้าซื้อ (Buy) เมื่อราคากลับตัว และใช้ Resistance เพื่อเข้าขาย (Sell) เมื่อราคาหยุดขึ้น
-
การจัดการความเสี่ยง: การวางจุด Stop Loss ใต้ Support และจุด Take Profit เหนือ Resistance ช่วยควบคุมความเสี่ยง
-
การวางแผนเทรด: ระดับเหล่านี้ให้เป้าหมายราคาที่ชัดเจน ทำให้สามารถคำนวณ Risk-to-Reward Ratio ได้
-
การสร้างกลยุทธ์: ระบบ Swing Trading และ Day Trading หลายแบบสร้างจากการทดสอบ Support และ Resistance
-
ความเห็นตรงกัน: ระดับที่เห็นได้ชัดบนแผนภูมิท