ราคาเสนอซื้อ (Bid Price) คืออะไร
ราคาเสนอซื้อ (Bid Price) คือราคาสูงสุดที่ผู้ซื้อ (หรือโบรกเกอร์) ยินดีจ่ายเพื่อซื้อสกุลเงินหนึ่งจากคุณ ณ ขณะนั้น — เป็นราคาที่คุณจะได้รับเมื่อคุณ "ขาย" คู่สกุลเงินนั้น
สรุปแบบรวดเร็ว
Bid Price คือฝั่ง "ราคาขาย" ของคุณในตลาดฟอเร็กซ์ หากคุณเห็นคู่ EUR/USD แสดงราคา 1.1050/1.1053 ตัวเลขแรก (1.1050) คือ Bid Price — นี่คือจำนวนเงินที่คุณจะได้รับหากคุณขาย EUR 1 หน่วยทันที ตัวเลขที่สอง (1.1053) คือ Ask Price ซึ่งเป็นราคาที่คุณต้องจ่ายเพื่อซื้อ ราคาทั้งสองต่างกันเสมอ และส่วนต่างนี้เรียกว่า Spread
คำอธิบายโดยละเอียด
ในตลาดฟอเร็กซ์ ทุกคู่สกุลเงินจะแสดงราคาแบบสองทาง (two-way quote) เสมอ ประกอบด้วย Bid Price และ Ask Price เพื่อให้เข้าใจง่าย ให้คิดว่า Bid คือ "ราคาที่ตลาดพร้อมรับซื้อจากคุณ" และ Ask คือ "ราคาที่ตลาดพร้อมขายให้คุณ"
ตัวอย่างจริง: สมมติคุณเห็นราคา USD/JPY = 149.52/149.55
- Bid Price = 149.52 — หากคุณต้องการขายดอลลาร์สหรัฐ คุณจะได้รับ 149.52 เยนต่อ 1 ดอลลาร์
- Ask Price = 149.55 — หากคุณต้องการซื้อดอลลาร์สหรัฐ คุณต้องจ่าย 149.55 เยนต่อ 1 ดอลลาร์
ส่วนต่างระหว่าง 149.52 และ 149.55 คือ 0.03 เยน หรือเท่ากับ 3 pips (ในกรณีคู่ JPY ทั่วไป 1 pip = 0.01) ส่วนต่างนี้คือ Spread ซึ่งเป็นต้นทุนโดยปริยายที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องเผชิญเมื่อเปิดสถานะ
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ Bid Price จะต่ำกว่า Ask Price เสมอ เพราะโบรกเกอร์และผู้ให้สภาพคล่อง (liquidity providers) ต้องทำกำไรจากส่วนต่างนี้ ยิ่งตลาดมีความผันผวนต่ำและสภาพคล่องสูง Spread ก็ยิ่งแคบ เช่น คู่หลักอย่าง EUR/USD อาจมี Spread เพียง 0.1–0.5 pip ในช่วงเวลาการซื้อขายปกติ ขณะที่คู่เงินแปลกใหม่อาจมี Spread กว้างถึง 10–20 pips
สำหรับเทรดเดอร์ Bid Price มีความหมายสองนัยสำคัญ:
- เมื่อคุณเปิดสถานะขาย (Short): คุณเข้าตลาดที่ Bid Price ทันที
- เมื่อคุณปิดสถานะซื้อ (Long): คุณออกจากตลาดที่ Bid Price เช่นกัน
กล่าวคือ Bid Price คือ "ราคาที่ใช้สำหรับฝั่งขาย" ของคุณเสมอ ไม่ว่าคุณจะเปิดหรือปิดออเดอร์ก็ตาม
ตัวอย่างในชีวิตจริง
สมมติคุณเทรดคู่ GBP/USD และเห็นราคาดังนี้:
ราคาปัจจุบัน: 1.2700 / 1.2703
- Bid = 1.2700
- Ask = 1.2703
- Spread = 3 pips
สถานการณ์ที่ 1: คุณเปิดสถานะขาย (Sell)
คุณคลิกปุ่ม "Sell" ทันที ระบบจะใช้ Bid Price = 1.2700 เป็นราคาเปิดของคุณ หมายความว่าคุณขาย GBP 1 หน่วย ได้รับ 1.2700 USD
สถานการณ์ที่ 2: คุณเปิดสถานะซื้อ (Buy) แล้วปิด
คุณซื้อ GBP/USD ที่ Ask = 1.2703 ต่อมาราคาเคลื่อนที่ไปที่ 1.2720/1.2723 หากคุณตัดสินใจปิดสถานะ (ขายคืน) คุณจะได้ราคา Bid = 1.2720
กำไรของคุณ = 1.2720 - 1.2703 = 0.0017 หรือ 17 pips
สังเกตว่าคุณไม่ได้ใช้ราคา Ask (1.2723) ในการปิดขาย เพราะ Ask คือราคาสำหรับผู้ซื้อ ไม่ใช่ผู้ขาย
สถานการณ์ที่ 3: ราคาไม่เคลื่อนที่เลย
หากคุณเปิด Buy ที่ 1.2703 แล้วราคายังคงเดิมที่ 1.2700/1.2703 คุณจะขาดทุนทันที 3 pips หากปิดสถานะทันที เพราะคุณขายคืนที่ Bid = 1.2700 ซึ่งต่ำกว่าราคาที่ซื้อมา
ทำไม Bid Price ถึงสำคัญสำหรับเทรดเดอร์
การเข้าใจ Bid Price ช่วยให้คุณ:
-
คำนวณต้นทุนจริงในการเทรด — ทุกครั้งที่เปิดสถานะ คุณติดลบทันทีเท่ากับ Spread เพราะคุณเข้าที่ Ask (ถ้าซื้อ) หรือ Bid (ถ้าขาย) แต่จะออกที่ฝั่งตรงข้ามเสมอ
-
วางแผนจุดเข้าออกได้แม่นยำ — หากคุณตั้ง Take Profit สำหรับสถานะซื้อ คุณต้องตั้งที่ระดับเหนือ Bid Price ปัจจุบัน ไม่ใช่ Ask Price เพราะเมื่อราคาวิ่งถึงจุดนั้น ระบบจะปิดสถานะที่ Bid
-
เข้าใจการเคลื่อนไหวของราคา — กราฟส่วนใหญ่แสดงราคา Bid เป็นหลัก ดังนั้นเมื่อคุณเห็นราคาในกราฟ นั่นคือ Bid Price ซึ่งเป็นราคาที่คุณจะได้รับเมื่อขาย ไม่ใช่ราคาที่คุณต้องจ่ายเมื่อซื้อ
-
ประเมินสภาพคล่องของตลาด — Spread ที่กว้างผิดปกติบ่งบอกถึงสภาพคล่องต่ำหรือช่วงเวลาที่ตลาดปิด (เช่น วันหยุด) ซึ่งอาจทำให้ Bid-Ask ห่างกันมาก
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
ความเข้าใจผิดที่ 1: "Bid Price คือราคาที่ฉันต้องจ่ายเพื่อซื้อ"
ไม่ถูกต้อง Bid Price คือราคาที่คุณ ได้รับ เมื่อขาย หากคุณต้องการซื้อ คุณต้องดูที่ Ask Price เสมอ การสลับสองค่านี้เป็นสาเหตุหลักของความผิดพลาดในการคำนวณกำไรขาดทุนของเทรดเดอร์มือใหม่
ความเข้าใจผิดที่ 2: "Spread เป็นค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เรียกเก็บแยกต่างหาก"
Spread ไม่ได้ถูกเรียกเก็บเป็นรายการแยกในบัญชีของคุณ แต่มันถูก "ซ่อน" อยู่ในราคา ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อ EUR/USD ที่ 1.1053 และราคาไม่ขยับ คุณจะขาดทุน 3 pips ทันทีเมื่อปิดสถานะ เพราะคุณขายคืนที่ 1.1050 ต้นทุนนี้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติผ่าน Bid-Ask Spread
ความเข้าใจผิดที่ 3: "Bid Price และราคาในกราฟเป็นคนละราคากัน"
จริงๆ แล้วกราฟส่วนใหญ่แสดง Bid Price เป็นเส้นราคาหลัก ดังนั้นราคาที่คุณเห็นในกราฟคือ Bid Price นั่นเอง แต่เมื่อคุณเปิดคำสั่งซื้อ ระบบจะเติมที่ Ask Price ซึ่งสูงกว่าเส้นกราฟเล็กน้อยเสมอ
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
- pip — หน่วยการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กที่สุด ใช้คำนวณ Spread และกำไรขาดทุน
- lot-size — ขนาดของสัญญาเทรด กำหนดมูลค่าต่อ pip ของแต่ละออเดอร์
- leverage — อัตราทวีคูณเงินทุน ช่วยให้เทรดด้วยขนาดใหญ่กว่าเงินที่มี
- margin — เงินประกันที่ต้องวางเพื่อเปิดสถานะ คำนวณจากราคา Bid หรือ Ask ขึ้นอยู่กับทิศทาง
- spread — ส่วนต่างระหว่าง Bid และ Ask ซึ่งเป็นต้นทุนโดยปริยายของการเทรดทุกครั้ง
บริบทของ XM ในประเทศไทย
XM เป็นโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ให้บริการเทรดเดอร์ไทย โดยนำเสนอราคาแบบ Bid/Ask เช่นเดียวกับมาตรฐานอุตสาหกรรม Spread ของ XM จะแตกต่างกันไปตามประเภทบัญชี (เช่น Standard, Micro, Ultra Low) และสภาพตลาดในช่วงเวลานั้นๆ เทรดเดอร์ควรตรวจสอบ Spread ปัจจุบันและเงื่อนไขการซื้อขายจากหน้าเว็บไซต์ทางการของ XM เสมอ เนื่องจาก Spread อาจปรับเปลี่ยนได้ตามความผันผวนของตลาดและช่วงเวลาการซื้อขาย (เช่น ตลาดเปิด-ปิดของแต่ละภูมิภาค) ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้พื้นฐาน ไม่ใช่การรับประกันเงื่อนไขของโบรกเกอร์ใดๆ
ข้อควรปฏิบัติตามกฎระเบียบ
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง: เนื้อหาในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น การเทรดฟอเร็กซ์และ CFD มีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดหรือมากกว่าเงินที่ฝากไว้ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน และไม่ควรใช้เป็นพื้นฐานในการตัดสินใจลงทุนโดยไม่ปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับอนุญาต
ดูรายการคำศัพท์ทั้งหมด: /th/glossary